<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อาชีพเสริม อาชีพอิสระที่น่าสนใจมากมายแนะนำธุรกิจแฟรนไชส์ &#187; เมนูอาหาร</title>
	<atom:link href="http://datacatalog.org/category/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://datacatalog.org</link>
	<description>หลากหลายอาชีพเสริม อาชีพอิสระน่าทำกำไรดี ไม่ต้องลงทุนหรือลงทุนน้อย ลองเข้ามาดูสิเรื่องง่ายๆที่ทำเงินได้คุณอาจมองข้ามไป</description>
	<lastBuildDate>Wed, 09 Aug 2017 04:09:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=4.0.10</generator>
	<item>
		<title>วิธีทำพะแนงหมูพร้อมเล็ดลับความอร่อย</title>
		<link>http://datacatalog.org/%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://datacatalog.org/%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Jul 2016 08:22:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Ratchanok]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เมนูอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[พะแนงหมู]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูอาหารง่ายๆ]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูอาหารเย็น]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูอาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แกงพะแนง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://datacatalog.org/?p=4109</guid>
		<description><![CDATA[ในช่วงนี้พ่อค้าแม่ค้าขายอาหารทั้งขายเป็นอาชีพหลักหรือทำเป็นอาชีพเสริม ก็คงพบปัญหาเดียวกันคือทุนสูง เนื่องจากพืชผักกำลังมีราคาแพง และแพงมากถึงมากที่สุด พริกขี้หนูสวนราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 100-120 บาท จากราคาปกติ 50-80 บาท ราคาอัพสูงมากขึ้นเกือบเท่าตัว ร้านอาหารรวมถึงร้านขายแกงหรือขายข้าวราดแกง ต้องพยายามปรับเปลี่ยนเมนูหรือหาวิธีทำให้ตัวเองอยู่รอดและไม่ขาดทุนด้วยวิธีต่างๆวันนี้ datacatalog.org มีวิธีทำ พะแนงหมู มาแนะนำ ทำไม่ต้องเป็นพะแนงหมูในช่วงที่วัตถุดิบราคาแพง มาหาคำตอบกันค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1>พะแนงหมู</h1>
<p>ในช่วงนี้พ่อค้าแม่ค้าขายอาหารทั้งขายเป็นอาชีพหลักหรือทำเป็นอาชีพเสริม ก็คงพบปัญหาเดียวกันคือทุนสูง เนื่องจากพืชผักกำลังมีราคาแพง และแพงมากถึงมากที่สุด พริกขี้หนูสวนราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 100-120 บาท จากราคาปกติ 50-80 บาท</p>
<p>ราคาอัพสูงมากขึ้นเกือบเท่าตัว ร้านอาหารรวมถึงร้านขายแกงหรือขายข้าวราดแกง ต้องพยายามปรับเปลี่ยนเมนูหรือหาวิธีทำให้ตัวเองอยู่รอดและไม่ขาดทุนด้วยวิธีต่างๆวันนี้ datacatalog.org มีวิธีทำ พะแนงหมู มาแนะนำ ทำไม่ต้องเป็นพะแนงหมูในช่วงที่วัตถุดิบราคาแพง มาหาคำตอบกันค่ะ</p>
<h2>พะแนงหมูเมนูอาหารช่วงผักมีราคาแพง</h2>
<p>แม้ช่วงนี้ผักจะมีราคาแพงมาก แต่ในขณะที่ผักมีราคาแพง อาหารสดประเภทเนื้อทุกชนิด เช่น เนื้อหมู ไก่ ปลา ราคาไม่ปรับสูงมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกัน เช่น เนื้อหมูราคากิโลกรัมละ 120-150 บาท การปรับเปลี่ยนมาทำอาหารที่มีส่วนประกอบเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ หรือเนื้อชนิดอื่นๆที่มีราคาใกล้เคียงกับผักน่าจะเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่ดี โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบการทำอาหารยังสามารถทำขายเป็นอาชีพเสริมในช่วงวันหยุดได้อีกด้วย</p>
<p><strong>สูตรและวิธีทำ พะแนงหมู</strong><br />
เครื่องปรุงและส่วนผสม<br />
1.เนื้อหมู(ใช้สันใน) 600 กรัม<br />
2.พริกแกงพะแนง 150-200 กรัม (เผ็ดมากลดปริมาณลงได้)<br />
3.กะทิคั้นแยกหัวแยกหาง 500 กรัม<br />
4.เกลือป่น ½ ช้อนชา<br />
5.ใบมะกรูด 20 ใบ แบ่งเป็นซอยละเอียดและฉีกเป็นใบ<br />
6.พริกชี้ฟ้าแดงซอยตามยาว 10 เม็ด<br />
7.ใบโหระพา 3 ก้านเด็ดใบ<br />
8.น้ำตาลปีบ ½ ช้อนโต๊ะ<br />
9.น้ำปลาอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ<br />
<img class="aligncenter size-medium wp-image-4110" src="http://datacatalog.org/wp-content/uploads/2016/07/พะแนงหมู-300x225.jpg" alt="พะแนงหมู" width="300" height="225" /><br />
<strong>วิธีทำ</strong><br />
1.ล้างหมูให้สะอาด นำมาหั่นบางๆชิ้นขนาดพอคำ แล้วพักไว้<br />
2.ตั้งกระทะเท ใช้ไฟกลาง ใส่หัวกะทิลง ½ ถ้วย ใส่พริกแกงลงไปผัด เคี่ยวจนกะทิแตกมันและมีกลิ่นหอม<br />
3.ใส่เนื้อหมูที่หั่นเตรียมไว้ลงไปผัด เติมหางกะทิลงไปผัด ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือป่น หรี่ไฟลงเล็กน้อยเคี่ยวให้เนื้อหมูสุกและนุ่ม เติมน้ำตาลปีบ และหัวกะทิที่เหลือ<br />
4. ใส่ใบมะกรูดหั่นฝอย พริกชี้ผ้า ใบมะกรูดฉีก เคี่ยวต่ออีกเล็กน้อย ชิมรส<br />
5.ใสใบโหระพาแล้วปิดไฟ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ</p>
<p>เพียงเท่านี้ก็ได้<strong>เมนูอาหาร</strong>ไว้สำหรับทำขายเป็นอาชีพเสริม ในช่วงที่พืชผักมีราคาแพงได้แล้วนะคะ พะแนงหมูเป็นเมนูที่ไม่ยาก เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ความมันของกะทิ และการเลือกเนื้อหมูซึ่งควรเลือกใช้สันใน หั่นบางๆไม่เล็กเกินไป เพราะเมื่อเคี่ยวให้เนื้อหมูนุ่มหากหั่นชิ้นเล็กเกินไปชิ้นหมูจะเล็กไม่สวยและไม่น่าทาน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://datacatalog.org/%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สูตรหอยทอด เมนูอาหารที่มีหลายสูตรพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด</title>
		<link>http://datacatalog.org/%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://datacatalog.org/%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 07 Jul 2016 04:04:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Ratchanok]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เมนูอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรหอยทอด]]></category>
		<category><![CDATA[หอยทอด]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูอาหารไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://datacatalog.org/?p=4105</guid>
		<description><![CDATA[“หอยทอด” เป็นเมนูอาหารจานด่วนอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ ใช้เงินลงทุนต่ำ ทำไม่ยาก  และยังมีหลายสูตร การขายอาหารหรือของกินให้ขายดี ขายได้ โดยเฉพาะการทำเป็นอาชีพเสริม นอกจากรสชาติและความอร่อยแล้ว ความแปลกแตกต่างของเมนูอาหาร ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจและอยากลิ้มลองรสชาติ สำหรับวันนี้ ใครกำลังมองหาอาชีพเสริม datacatalog.org มีสูตรหอยทอด มานำเสนอ ค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1>สูตรหอยทอด</h1>
<p><strong>“หอยทอด”</strong> เป็นเมนูอาหารจานด่วนอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ ใช้เงินลงทุนต่ำ ทำไม่ยาก และยังมีหลายสูตร การขายอาหารหรือของกินให้ขายดี ขายได้ โดยเฉพาะการทำเป็น<strong>อาชีพเสริม</strong> นอกจากรสชาติและความอร่อยแล้ว</p>
<p>ความแปลกแตกต่างของเมนูอาหาร ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจและอยากลิ้มลองรสชาติ สำหรับวันนี้ ใครกำลังมองหาอาชีพเสริม datacatalog.org มีสูตรหอยทอด มานำเสนอ ค่ะ</p>
<h2>ความเป็นมาของเมนูหอยทอด</h2>
<p><strong>หอยทอด</strong> เป็นอาหารจีนมีส่วนประกอบหลักๆเป็นแป้ง ไข่ และหอย หอยทอดมีวิธีหลายสูตร มีทั้งทอดแบบกรอบและการทอดแบบนิ่ม เช่น การใช้หอยนางรมผสมกับเครื่องปรุงและแป้งใส มีลักษณะเหนียว จากนั้นนำไปทอดในกระทะที่ร้อนจัด เมื่อปรุงสุกแล้วเสิร์ฟในกระทะร้อนพร้อมกับถั่วงอก ส่วนใหญ่จะเรียก “ออส่วน” ซึ่งเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว สำหรับการทอดแบบกรอบหากใช้หอยนางรม เรียกว่า “ออลัวะ” ส่วนการทอดที่ใช้หอยแมลงภู่จะเรียกว่า “ไช่ลัวะ”</p>
<p>สำหรับเมนูหอยทอดที่คนไทยคุ้นเคย ก็คือการทอดแบบกรอบ มีส่วนประกอบหลักๆเป็นหอยแมลงภู่ แป้ง และไข่ โดยปรับเปลี่ยนประยุกต์สูตรการทำให้มีรสชาติถูกใจคนไทย และหอยทอดแต่ละท้องถิ่นยังมีเอกลักษณะที่แตกต่างกัน ทำให้การขายหอยทอดเป็นอาชีพเสริมที่มีความน่าสนใจ เพราะสามารถเลือกสูตรและวิธีการปรุงที่แตกต่างกันได้ โดยไม่มีปัญหาเรื่องการแข่งขัน</p>
<p><strong>สูตรและวิธีทำหอยทอด กรอบนอกนุ่มใน</strong><br />
<strong>เครื่องปรุงและส่วนประกอบ</strong><br />
1.หอยแมลงภู่ 100 กรัม(ใช้แบบแกะเป็นตัว หรือซื้อหอยแมลงภู่มานึ่งสุกได้เช่นกัน)<br />
2.ไข่ไก่ 3 ฟอง<br />
3.แป้งข้าวเจ้า 3 ช้อนโต๊ะ<br />
4.แป้งมัน 50 กรัม<br />
5.น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ<br />
6.น้ำเปล่า ½ ถ้วย<br />
7.เกลือป่น 1 ช้อนชา<br />
8.น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา<br />
9.ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ<br />
10.พริกไทยป่น 1 ช้อนชา<br />
11.ต้นหอยซอย 50 กรัม<br />
12.ถั่วงอก 100 กรัม<br />
13.ผักชีสำหรับแต่งหน้า<br />
14.น้ำมันพืช สำหรับทอด</p>
<p><strong>วิธีทำ</strong><br />
1.หอยแมลงภู่ที่นำมาทอดใช้ได้ทั้งแบบที่แกะสำเร็จไว้แล้ว หรือนำหอยแมลงภู่ทั้งตัวมานึ่งให้สุกแล้วแกะเอาเฉพาะตัวก็ได้เช่นกัน หากทำขายเป็นอาชีพเสริมแนะนำให้ใช้หอยที่แกะสำเร็จมาแล้ว<br />
2.ผสมแป้งในภาชนะ ใส่น้ำปูนใส น้ำเปล่า และส่วนผสม เกลือป่น น้ำตาลทราย ซีอิ้วขาว และพริกไทยป่น ลงไปละลายให้เข้ากันใส่ต้นหอมซอยลงไป<br />
3.ใช่กระทะสำหรับทอดหอยทอด ตั้งไฟใช้ความร้อนปานกลาง แบ่งแป้งเทลงในกระทะ โรยหน้าด้วยหอยแมลงภู่ตามจำนวนที่ต้องการ ตอกไข่ลงไปใช้ตะหลิวตีไข่โดยไม่ต้องคน<br />
4.รอจนแป้งเกือบสุก พลิกด้านหน้าลงไปให้ถูกความร้อนเพื่อให้แป้งกรอบเสมอกัน<br />
5.เกลี่ยหอยที่ทอดสุกแล้วไว้ด้านข้างกระทะ นำถั่วงอกลงไปผัดน้ำมัน<br />
6.จากนั้นตักใส่จานจัดให้สวยงามเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม<br />
<img class="aligncenter size-medium wp-image-4106" src="http://datacatalog.org/wp-content/uploads/2016/07/หอยทอด-300x225.jpg" alt="หอยทอด" width="300" height="225" /><br />
<strong>วิธีทำและส่วนผสมน้ำจิ้มหอยทอด</strong><br />
1.ซอสพริด½ ถ้วย<br />
2.น้ำเปล่าเล็กน้อย<br />
3.น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ<br />
4.น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ<br />
5.เกลือป่น ½ ช้อนชา</p>
<p><strong>วิธีทำน้ำจิ้ม</strong><br />
ผสมเครื่องปรุงน้ำจิ้มทั้งหมดใส่ในหม้อเล็กๆ นำไปตั้งบนไฟอ่อนๆจนเดือด เคี่ยวต่อจนน้ำจิ้มมีลักษณะเหนียวข้น จากนั้นตักใส่ถ้วยเสิร์ฟพร้อมหอยทอด</p>
<p>หอยทอดสูตรกรอบนอกนุ่มในอาชีพเสริม ที่นำเสนอในวันนี้ ทำได้ไม่ยากเลย ก่อนทำขาย อาจฝึกฝีมือด้วยการทำให้คนในครอบครัวหรือเพื่อนๆทดลองชิมดูก่อนก็ได้นะคะ เพื่อหาสูตรและรสชาติที่ลงตัว datacatalog.org ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่มีความขยันและมุ่งมั่นค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://datacatalog.org/%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้าวโอ๊ดเมนูข้าวโอ๊ดอาหารลดน้ำหนัก</title>
		<link>http://datacatalog.org/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%8a%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://datacatalog.org/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%8a%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Nov 2015 13:25:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Ratchanok]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เมนูอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวโอ๊ด]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูข้าวโอ๊ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://datacatalog.org/?p=3968</guid>
		<description><![CDATA[อาชีพอิสระวันนี้เป็นเรื่องของคนที่ต้องการลดความอ้วน เพราะเรามีเมนูอาหารควบคุมน้ำหนักอย่าง  ข้าวโอ๊ด มาแนะนำหลากหลายสูตรค่ะ นอกจากทำทานเองแล้วยังสามารถทำขายเป็นอาชีพอิสระได้อีกด้วย ข้าวโอ๊ดไม่ได้เป็นเมนูอาหารที่เหมาะสำหรับการควบคุมน้ำหนักตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยควบคุมการรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการและดีต่อสุขภาพ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1>ข้าวโอ๊ด</h1>
<p>อาชีพอิสระวันนี้เป็นเรื่องของคนที่ต้องการลดความอ้วน เพราะเรามีเมนูอาหารควบคุมน้ำหนักอย่าง <strong>ข้าวโอ๊ด</strong> มาแนะนำหลากหลายสูตรค่ะ นอกจากทำทานเองแล้วยังสามารถทำขายเป็นอาชีพอิสระได้อีกด้วย</p>
<p><strong>ข้าวโอ๊ด</strong>ไม่ได้เป็นเมนูอาหารที่เหมาะสำหรับการควบคุมน้ำหนักตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยควบคุมการรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการและดีต่อสุขภาพ</p>
<h2>เมนูข้าวโอ๊ดอาหารลดน้ำหนัก</h2>
<p><strong>        ข้าวโอ๊ด</strong> เป็นธัญพืชชนิดหนึ่งที่มีแคลอรีต่ำและมีกากใยสูง แป้งในข้าวโอ๊ตเป็นแป้งที่ย่อยง่ายมาก เพราะมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ช่วยในการย่อย และยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายข้าวโอ๊ตเป็นธัญพืชที่มีโปรตีนสูงที่สุดและมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้อยู่ถึง 6 ชนิด</p>
<p>คุณสมบัติที่ทำให้ข้าวโอ๊ดเป็นเมนูอาหารลดน้ำหนักที่ได้ผลดี เพราะมีเส้นใยอาหารหรือไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำสูง มีแคลอรี่ต่ำ กายใยนี้เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำหน้าที่คล้ายฟองน้ำที่ช่วยซับน้ำเมื่ออาหารตกผ่านไปในท้อง ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและมีโปรตีนที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานเมื่อรับประทานข้าวโอ๊ดจึงทำให้ร่างกายได้รับทั้งคุณค่าและกากใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้อิ่มเร็วและไม่อ้วน<br />
การทานข้าวโอ๊ดเป็นอาหารเช้าเพื่อลดน้ำหนักทำได้หลายสูตรหลายวิธี เช่น โจ๊คข้าวโอ๊ดที่นอกจากทำทานแล้วยังเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจอีกด้วย</p>
<p><strong>โจ๊กข้าวโอ๊ด เมนูอาหารลดน้ำหนัก</strong><br />
<strong>ส่วนประกอบและวิธีทำ</strong><br />
1.ข้าวโอ๊ด 1 ถ้วย<br />
2.น้ำซุป หรือน้ำเปล่า 3 ถ้วย<br />
3.เนื้อหมูบด 100 กรัม<br />
4.ไข่ไก่ 2 ฟอง<br />
5.เกลือป่น ½ ช่อนชา<br />
6.น้ำมันหอย ½ ช้อนโต๊ะ<br />
7.ซอสปรุงรส ½ ช้อนโต๊ะ<br />
7.พริกไทยป่น<br />
8.ขิงซอย<br />
9.ต้นหอม ผักชี<br />
<img class="aligncenter wp-image-3969" src="http://datacatalog.org/wp-content/uploads/2015/11/ข้าวโอ๊ด-300x199.jpg" alt="ข้าวโอ๊ด" width="270" height="179" /><br />
<strong>วิธีทำ</strong><br />
1.ตั้งน้ำซุป หรือน้ำเปล่ารอจนน้ำเดือด<br />
2.ปรุงรสหมูบด ด้วยเกลือป่น พริกไทย น้ำมันหอย และซอสปรุงรส คลุกเคล้าให้ทั่ว<br />
3.เมื่อน้ำร้อนเดือดปั้นหมูบดเป็นก้อนใส่ลงในน้ำซุป<br />
4.ใส่ข้าวโอ๊ตลงไป เคี่ยวข้าวโอ๊ตให้ข้นตามชอบ ปรุงรสด้วยเกลือป่น<br />
5.เวลาเสิร์ฟตอกไข่ใส่ถ้วย เทโจ๊กข้าวโอ๊ดร้อนๆลงในถ้วยที่มีไข่ โรยหน้าด้วยพริกไทย ต้นหอมผักชีและขิงซอย<br />
6.หากชอบไข่สุกอาจลวกไข่พอสุกก่อนที่จะนำมาตอกลงในถ้วย หรือตอกไข่ลงในหม้อโจ๊ก</p>
<p><strong>เมนูโจ๊กข้าวโอ๊ด</strong> นอกจากเหมาะสำหรับเป็นอาหารเช้าของคนที่ต้องการลดน้ำหนักแล้ว ยังเป็นเมนูเพื่อสุขภาพของผู้สูงอายุ หนุ่มสาววัยทำงานหรือเด็กเล็กๆทานก่อนไปโรงเรียน และที่สำคัญยังสามารถทำขายเป็นอาชีพอิสระได้อีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://datacatalog.org/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%8a%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีทำกล้วยเชื่อมขนมหวานไทยๆเมนูง่ายๆ</title>
		<link>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Nov 2015 04:33:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Ratchanok]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ขนมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยเชื่อม]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมหวาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://datacatalog.org/?p=3950</guid>
		<description><![CDATA[อาชีพอิสระทำเงินวันนี้ ก็ยังเป็นเรื่องของกล้วยที่ก่อนหน้านี้ผู้เขียนเคยนำเสนอเรื่องกล้วยมาแล้วหลายบทความ ทั้งวิธีการปลูกกล้วย ประโยชน์ของกล้วย หรือการปลูกกล้วยเพื่อส่งออก สำหรับวันนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศเป็นการนำกล้วยมาทำเป็นขนมหวานไทยๆเมนูง่ายๆที่ใครก็สามารถทำทานได้ ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1>กล้วยเชื่อม</h1>
<p><strong>อาชีพอิสระทำเงิน</strong>วันนี้ ก็ยังเป็นเรื่องของกล้วยที่ก่อนหน้านี้ผู้เขียนเคยนำเสนอเรื่องกล้วยมาแล้วหลายบทความ ทั้งวิธีการปลูกกล้วย ประโยชน์ของกล้วย หรือการปลูกกล้วยเพื่อส่งออก สำหรับวันนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศ</p>
<p>เป็นการนำกล้วยมาทำเป็นขนมหวานไทยๆเมนูง่ายๆที่ใครก็สามารถทำทานได้ และ นอกจากเป็นขนมหวานทานเล่นแล้ว ขนมหวานที่ทำจากกล้วยยังเป็นอาชีพอิสระทำเงินที่น่าสนใจอีกด้วยค่ะ</p>
<h2>วิธีทำกล้วยน้ำว้าเชื่อม</h2>
<p><strong>ส่วนประกอบ</strong><br />
1.กล้วยน้ำว้าที่ยังไม่สุกจัดเปลือกมีสีขาวอมเหลือง 1 หวี<br />
2.น้ำตาลทราย 500 กรัม<br />
3.น้ำปูนใส 1.5 ลิตร<br />
4.น้ำเปล่า 1 ถ้วย<br />
5.น้ำหวานเฮลบลูบอย 2 ช้อนโต๊ะ<br />
6.มะนาว ครึ่งลูก</p>
<p><strong>วิธีทำกล้วยเชื่อม</strong><br />
1.นำกล้วยมาปอกเปลือก แล้วตัดครึ่งลูกแล้วผ่า กล้วย 1 ลูก จะได้ 4 ชิ้น ปอกเปลือกกล้วยจนหมดทั้งหวี<br />
2.นำกล้วยที่ได้แช่ในน้ำปูนใสประมาณ 1-2 ชั่วโมง<br />
3.จากนั้นนำกล้วยล้างน้ำเปล่าให้หมดกลิ่นน้ำปูนใส แล้วใส่กล้วยลงในกระทะทองหรือภาชนะอื่นนำขึ้นตั้งไฟใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน<br />
4.เติมน้ำเปล่า 1 ถ้วยลงไป พร้อมกับน้ำตาลทราย<br />
5.รอจนน้ำเชื่อมเดือดจากนั้นลดไฟลง เชื่อมต่อด้วยไฟอ่อนๆ ขณะเชื่อมต้องหมั่นใช้ไม้พายคนเพื่อป้องกันไม่ให้กล้วยไหม้ติดก้นหม้อ<br />
6.เมื่อน้ำเชื่อมเริ่มงวดหรือแห้งจนมีลักษณะเป็นยางให้ใส่น้ำหวานเฮลบลูบอยลงไปใช้ไม่พายคนให้ทั่ว เพื่อให้สีน้ำหวานติดกล้วย<br />
7.เชื่อมต่ออีกสักระยะจากนั้นบีบน้ำมะนาวลงไปเพื่อให้กล้วยเชื่อมมีลักษณะใสเป็นเงา แล้วปิดไฟ<br />
8.หากต้องการทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงิน อาจลาดด้วยน้ำกะทิหรือจัดเป็นชุดๆแยกน้ำกะทิไว้ต่างหาก<br />
8.รอให้เย็นตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ<img class="aligncenter wp-image-3951" src="http://datacatalog.org/wp-content/uploads/2015/11/กล้วยน้ำว้า2-300x199.jpg" alt="กล้วยน้ำว้า2" width="270" height="179" /><strong>เคล็ดลับความอร่อย</strong><br />
1.วิธีทำกล้วยเชื่อม ควรเลือกกล้วยที่ยังสุกไม่มากโดยเลือกจากเปลือกกล้วยที่ยังมีสีเขียวแซมอยู่<br />
2. การเลือกใส่เฮลบลูบอยเพื่อช่วยให้สีของกล้วยเชื่อมน่าทานยิ่งขึ้น และควรใส่ในช่วงที่กล้วยเชื่อมเกือบได้ที่แล้ว หากใส่เร็วเกินไปสีกล้วยเชื่อมจะเป็นสีแดงคล้ำๆไม่น่าทาน<br />
3.หากทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงินควรนำหัวกะทิมาเคี่ยวไฟอ่อนๆเติมเกลือป่นเล็กน้อย เพื่อทานคู่กับกล้วยเชื่อม</p>
<p>กล้วยน้ำหว้าเชื่อม นอกจากเป็นขนมหวานทานเล่นแล้ว ยังนำกล้วยน้ำว้ามาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมแล้วนำไปเชื่อมเพื่อทานคู่กับไอศกรีม หรือทำเป็นเครื่องขนมหวานรวมมิตรที่นิยมทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงิน ในช่วงอากาศร้อนๆอีกด้วยค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สูตรและวิธีทำกล้วยบวชชีเมนูที่น่าสนใจสำหรับทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงิน</title>
		<link>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Nov 2015 14:35:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Ratchanok]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ขนมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยบวช]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยบวชชี]]></category>
		<category><![CDATA[ทำกล้วยบวชชี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://datacatalog.org/?p=3947</guid>
		<description><![CDATA[อาชีพอิสระทำเงินในยุคนี้ หากไม่ต้องการใช้เงินลงทุนมากนักก็คงเป็นอาชีพขายของกิน เพราะสามารถซื้อมาขายไป ใช้เงินทุนหมุนเวียนไม่มากเพราะของกินมีมากมายหลายชนิดให้เลือกขาย กล้วยบวชชี ขนมหวานไทย เป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจสำหรับทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงินเพราะนอกจากวัตถุดิบหาง่าย ใช้เงินลงทุนไม่มาก]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1>กล้วยบวชชี</h1>
<p><strong>อาชีพอิสระทำเงิน</strong>ในยุคนี้ หากไม่ต้องการใช้เงินลงทุนมากนักก็คงเป็นอาชีพขายของกิน เพราะสามารถซื้อมาขายไป ใช้เงินทุนหมุนเวียนไม่มากเพราะของกินมีมากมายหลายชนิดให้เลือกขาย กล้วยบวชชี ขนมหวานไทย</p>
<p>เป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจสำหรับทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงินเพราะนอกจากวัตถุดิบหาง่าย ใช้เงินลงทุนไม่มาก กล้วยบวชชียังเป็นเมนูของหวานไทยที่มีขั้นตอนและวิธีทำง่ายๆไม่ยุ่งยาก</p>
<h2>สูตรและวิธีทำกล้วยบวชชี</h2>
<p><strong>ส่วนประกอบ</strong><br />
1.กล้วยน้ำหว้าสุก1 หวี<br />
2.หัวกะทิ 500 กรัม<br />
3.หางกะทิ 500 กรัม<br />
4.น้ำตาลทราย 500 กรัม<br />
5.น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม<br />
5.งาขาว 50 กรัม<br />
6.เกลือป่น 2 ช้อนชา</p>
<p><strong>วิธีทำกล้วยบวชชี</strong><br />
1.นำกล้วยมาปอกเปลือกแล้วผ่าตามยาว จากนั้นตัดครึ่งกล้วยสุก 1 ผลผ่าตามยาวแล้วตัดครึ่งจะได้ 4 ชิ้น<br />
2.คั่วงาขาวด้วยไฟอ่อนๆจนหอมแล้วพักไว้<br />
3.นำหางกะทิขึ้นตั้งไฟใช้ไฟปานกลาง รอจนหางกะทิเดือด ใส่กล้วยที่เตรียมไว้ลงไป เติมน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือป่น<br />
4.ต้มจนเดือดและรอจนกล้วยสุก เติมหัวกะทิ ตั้งต่อให้กะทิเดือดอีกครั้งปิดไฟ<br />
5.ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยงาขาว พร้อมเสิร์ฟ<img class="aligncenter wp-image-3948" src="http://datacatalog.org/wp-content/uploads/2015/11/กล้วย-300x199.jpg" alt="กล้วย" width="250" height="166" /><strong>เคล็ดลับความอร่อย</strong><br />
การทำกล้วยบวชชี มีหลายเคล็ดลับที่ทำให้กล้วยไม่ดำ เริ่มจากการเลือกกล้วย บางคนชอบทานกล้วยสุกๆ หากต้องการทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงิน ควรเลือกใช้กล้วยน้ำหว้าสุกพอห่ามๆคือยังไม่สุกมากเกินไป สำหรับเคล็ดลับไม่ให้กล้วยดำหรือไม่ทำให้น้ำกล้วยบวชชีขุ่นมากเกินไปในกรณีใช้กล้วยสุก มีเคล็ดลับดังนี้<br />
1.ให้ตัดกล้วยสุกห่ามๆออกจากหวี จากนั้นต้มน้ำพอเดือดนำกล้วยลงไปต้มจนสุก เมื่อสุกแล้วพักไว้ให้เย็น<br />
2.ปอกเปลือกกล้วยแล้วนำมาผ่าตามยามแล้วตัดครึ่ง จากนั้นทำตามขั้นก็จะได้กล้วยบวชชีที่ไม่ดำเนื้อกล้วยนุ่มอร่อย<br />
3.ในกรณีที่ใช้กล้วยสุกให้ปอกเปลือกแล้วผ่าตามยาว จากนั้นตัดครึ่ง แล้วพักไว้<br />
4.ตั้งน้ำให้เดือด จากนั้นนำกล้วยสุกที่เตรียมไว้ลงไปลวกในน้ำร้อน ก่อนที่จะนำไปทำกล้วยบวชชีตามขั้นตอน</p>
<p><strong>กล้วยบวชชี</strong> สูตรขนมหวานไทยที่ทำได้ง่ายๆ และยังเป็นเมนูขนมหวานที่คนส่วนใหญ่นิยมทาน วัตถุดิบหาง่ายขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับทำขายคู่กับเมนูขนมหวานไทยชนิดอื่นๆ เพียงกล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้วยบวชชีเมนูขนมหวานง่ายๆ ก็สามารถเป็นอาชีพอิสระทำเงินให้กับเราได้เช่นกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีทำกุ้งอบเกลือ สูตรง่ายๆ อบขายใหม่ๆสดๆ</title>
		<link>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Nov 2015 13:30:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Ratchanok]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพอิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[กุ้งอบเกลือ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำกุ้งอบเกลือ]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูกุ้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://datacatalog.org/?p=3938</guid>
		<description><![CDATA[อาชีพอิสระวันนี้ ได้แก่ กุ้งอบเกลือ เมนูอาหารทะเลยอดนิยมอีกหนึ่งเมนู ที่มีขั้นตอนและวิธีทำง่ายๆมีหลายสูตร บางสูตรที่ทำให้เด็กๆทานอาจปลอกเปลือกกุ้งออกก่อนที่จะนำไปอบ เพื่อทำให้ทานง่ายและสะดวกสำหรับเด็กๆ ส่วนสูตรที่ datacatalog.org แนะนำในวันนี้ เหมาะสำหรับเป็นอาชีพอิสระ อบขายใหม่ๆสดๆ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1>กุ้งอบเกลือ</h1>
<p>อาชีพอิสระวันนี้ ได้แก่ กุ้งอบเกลือ เมนูอาหารทะเลยอดนิยมอีกหนึ่งเมนู ที่มีขั้นตอนและวิธีทำง่ายๆมีหลายสูตร บางสูตรที่ทำให้เด็กๆทานอาจปลอกเปลือกกุ้งออกก่อนที่จะนำไปอบ เพื่อทำให้ทานง่ายและสะดวกสำหรับเด็กๆ</p>
<p>ส่วนสูตรที่ datacatalog.org แนะนำในวันนี้ เหมาะสำหรับเป็นอาชีพอิสระ อบขายใหม่ๆสดๆตามตลาดนัด หรือตลาดขายอาหารสำเร็จในช่วงเย็นๆ</p>
<h2>วิธีทำกุ้งอบเกลือ สูตรง่ายๆ</h2>
<p><strong>เครื่องปรุงและส่วนประกอบ</strong><br />
1.กุ้งแชบ๊วย 1000 กรัม<br />
2.เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ</p>
<p><strong>วิธีทำกุ้งอบเกลือ</strong><br />
1.ล้างกุ้งให้สะอาด จากนั้นใช้กรรไกรตัดหัวกุ้งส่วนที่แหลมๆ หางกุ้งที่อยู่ด้านบน และตัดขากุ้งออก (หากทำกุ้งอบเกลือขายเป็นอาชีพอิสระ อาจทำจำนวนมากไม่ต้องจัดแต่ง เพราะอาจทำให้เสียเวลา)<br />
2.นำกุ้งใส่หม้อที่มีฝาปิด เติมเกลือป่นจากนั้นคลุกเคล้าเกลือกับกุ้ง เติมน้ำเล็กน้อยแล้วปิดฝา นำหม้ออบขึ้นตั้งไฟใช้ไฟกลาง<br />
3.ใช้เวลาอบประมาณ 5 นาที ข้อควรระวัง ไม่ควรใส่น้ำมากเกินไปเพราะเมื่อเวลาอบน้ำจากตัวกุ้งจะออกมาอีก และขณะอบต้องหมั่นเขย่าหม้ออบสัก 2 รอบ เพื่อไม่ให้ตัวกุ้งติดก้นหม้อและทำให้น้ำเกลือซึมเข้าไปในเนื้อกุ้งได้ทั่วถึง<br />
4.สุกแล้วตักออกใส่จานเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มฟู้ด<br />
<img class="aligncenter wp-image-3939" src="http://datacatalog.org/wp-content/uploads/2015/11/กุ้ง4-300x228.jpg" alt="กุ้ง4" width="250" height="190" /><br />
<strong>เคล็ดลับความอร่อย</strong><br />
เคล็ดลับความอร่อยของ เมนูกุ้งอบเกลืออยู่ที่การเลือกกุ้ง อันดับแรกกุ้งแชบ๊วยต้องสดใหม่ เปลือกกุ้งยังแข็ง และส่วนหัวยังติดอยู่กับตัวกุ้ง ขนาดของกุ้งใช้ตัวใหญ่ปานกลาง เพราะหากเลือกซื้อกุ้งตัวเล็กเกินไป เมื่ออบเสร็จแล้วจะเหลือกุ้งตัวเล็กไม่มีเนื้อ</p>
<p>กุ้งอบเกลือ เมนูง่ายๆที่เหมาะสำหรับทำขายเป็นอาชีพอิสระ โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยวเช่นชายทะเล เพราะกุ้งอบเกลือเป็นเมนูที่นอกจากจะซื้อแล้วทานได้เลย ยังสามารถซื้อกลับมาทานที่บ้านหรือซื้อฝากเพื่อนฝากญาติพี่น้องได้อีกด้วย หรือจะอบเกลือขายใหม่ๆร้อนตามตลาดนัดช่วงเย็นๆหลังเลิกงานก็เป็นงานขายของกินที่น่าสนใจเช่นกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สูตรวิธีทําต้มยํากุ้งน้ําข้นเคล็ดลับความอร่อย</title>
		<link>http://datacatalog.org/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://datacatalog.org/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Nov 2015 03:53:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Ratchanok]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เมนูอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ต้มยํา]]></category>
		<category><![CDATA[ต้มยํากุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูต้มยำ]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูอาหารไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://datacatalog.org/?p=3923</guid>
		<description><![CDATA[ต้มยำ  เมนูอาหารไทยที่ไม่ใช่เฉพาะคนไทยทั่วทุกภาคเท่านั้นที่รู้จักและชื่นชอบ แต่ยังเป็นเมนูอาหารที่คนต่างชาติรู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดังไกลไปทั่วโลก การเปิดร้านขายอาหารเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจ และเมนูเด็ดที่ทุกร้านต้องมีก็คือต้มยำกุ้ง วันนี้ datacatalog.org มีสูตรและวิธีทำต้มยำกุ้งมาแนะนำ และแต่มีเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับประวัติความมาของเมนูต้มยำกุ้งมาฝาก ค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1>เมนูต้มยำกุ้ง</h1>
<p>ต้มยำ เมนูอาหารไทยที่ไม่ใช่เฉพาะคนไทยทั่วทุกภาคเท่านั้นที่รู้จักและชื่นชอบ แต่ยังเป็นเมนูอาหารที่คนต่างชาติรู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดังไกลไปทั่วโลก การเปิดร้านขายอาหารเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจ และเมนูเด็ดที่ทุกร้านต้องมีก็คือต้มยำกุ้ง วันนี้ datacatalog.org มีสูตรและวิธีทำต้มยำกุ้ง</p>
<p>มาแนะนำและมีเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับประวัติความมาของเมนูต้มยำกุ้งมาฝาก ค่ะ คำว่า <strong>“ต้มยำกุ้ง”</strong> มาจากคำในภาษาไทย 2 คำ ได้แก่คำว่า ยำ ซึ่งหมายอาหารประเภทที่มีรสเปรี้ยวเผ็ด ส่วนคำว่า ต้ม หมายถึง กิริยาที่นำเอาของเหลวใส่ลงในภาชนะแล้วทำให้ร้อน ทำให้เดือดหรือทำให้สุก ดังนั้นคำว่า ต้มยำ คือการต้มน้ำซุปหรือน้ำแกงที่มีความเผ็ดร้อนและเปรี้ยว และมีกลิ่นหอมของสมุนไพรในน้ำแกง ซึ่งน้ำแก้งประกอบด้วย น้ำต้มกระดูกและเครื่องปรุงส่วนผสมสดได้แก่ ตะไคร้ ใบมะกูด ข่า น้ำมะนาว น้ำปลา และพริก</p>
<h2>ประเภทของต้มยำ</h2>
<p>ต้มยำเป็นอาหารที่ปรุงครบรส คือมีรส เปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวานเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศหรือสมุนไพรสด ต้มยำมีหลายประเภท และหนึ่งในเมนูต้มยำที่มีชื่อเสียงระดับโลก ก็คือ ต้มยำกุ้ง นอกจากต้มยำกุ้งแล้ว ยังมีต้มยำอื่นๆ ซึ่งสามารถเลือกเนื้อสดเป็นส่วนประกอบได้หลากหลายชนิด เช่น<br />
<strong>ต้มยำกุ้ง</strong><br />
<strong>ต้มยำปลา</strong> ซึ่งสามารถใช้เนื้อปลาได้หลายชนิด เช่น ปลาช่อน ปลากะพง ปลาทับทิม ปลานิล หรือต้มยำหัวปลา<br />
<strong>ต้มยำไก่</strong> มีเนื้อไก่เป็นส่วนประกอบหลัก ที่นิยมมากที่สุดได้แก่ต้มยำไก่บ้าน<br />
<strong>ต้มยำทะเล</strong> ได้แก่การนำหอย หมึก กุ้ง ปู ปลา มาใส่รวมกัน หรืออาจเรียกอีกอย่างว่า ต้มยำรวมมิตร ต้มยำทะเลรวมมิตร<br />
<strong>ต้มยำขาหมู</strong> ใช้ขาหมูเป็นส่วนประกอบหลัก หรืออาจกระดูกอ่อนปนด้วย<br />
<br />
<strong>วิธีทำต้มยำกุ้งน้ำข้น</strong><br />
เครื่องปรุงและส่วนประกอบ<br />
1.กุ้งตัวใหญ่ๆ (กุ้งแม่น้ำ,กุ้งกุลาดำ,กุ้งแชบ๊วย) 10-15 ตัว<br />
2.ข่าอ่อนหั่นเป็นแว่นๆ 5 แว่น<br />
3.ตะไคร้ทุบเบาๆ ตัดเป็นท่อนๆ 2 ต้น<br />
4.หัวหอมแกะเปลือก 5 บุบเบาๆพอแตก 5 หัว<br />
5.กระเทียบ 10 กลีบ<br />
6.เห็ดฟาง,เห็ดนางฟ้า 50 กรัม(เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)<br />
7.ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ<br />
8.พริกขี้หนูสวนทุบ 5-10 เม็ด (เพิ่มลดได้ตามชอบ)<br />
9.ผักชีใบเลื่อยซอยเป็นท่อนสั้นๆ 1 ต้น<br />
10.น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ<br />
11.น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ<br />
12.พริกเผา ½ ช้อนโต๊ะ<br />
13.เกลือป่น ½ ช้อนชา<br />
14.ซุปก้อน 2 ก้อ น<br />
15.นมสด ½ ถ้วย<br />
16.น้ำเปล่า 1 ½ ลิตร</p>
<p><strong>วิธีทำต้มยำกุ้ง</strong><br />
1.ปอกเปลือกกุ้งผ่าหลังดึงเส้นดำออก<br />
2.เทน้ำเปล่าใส่ภาชนะนำขึ้นตั้งไฟ ใส่เกลือป่นและซุปก้อนลงไป<br />
3.น้ำเริ่มร้อนใส่เครื่องต้มยำที่เตรียมไว้ลงไป ตั้งไฟจนน้ำร้อนเดือนเพื่อให้ได้กลิ่นหอมของเครื่องต้มยำ<br />
4.ใส่กุ้ง และเห็ด ที่เตรียมไว้ลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาและพริกสด เติมนมสดลงไปรอจนเดือดปิดผาภาชนะแล้วยกลง<br />
5.ตักพริกเผาใส่ถ้วยบีบน้ำมะนาวลงไป ตักน้ำต้มยำใส่ลงในถ้วยเล็กน้อยเพื่อละลายพริกเผา<br />
6.ตักต้มยำกุ้งใส่ลงไปในถ้วย โรยหน้าด้วยผักชีใบเลื่อน<br />
7.เสิร์ฟร้อนๆทานคู่กับข้าวสวย<br />
<img class="aligncenter wp-image-3924" src="http://datacatalog.org/wp-content/uploads/2015/11/กุ้ง2-300x199.jpg" alt="กุ้ง2" width="250" height="166" /><br />
<strong>เคล็ดลับความอร่อย</strong><br />
นอกจากใช้เนื้อสดเป็นส่วนประกอบได้หลากหลายชนิด ต้มยำ ยังแบ่งออกเป็นต้มยำน้ำข้น และต้มน้ำใส ลักษณะของต้มยำน้ำข้นคือการปรุงน้ำต้มยำด้วยนมสดหรือกะทิ และพริกเผา เพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยกลมกล่อม ส่วนต้มยำน้ำใส เน้นรสชาติอร่อยจัดจ้านตามเอกลักษณ์อาหารไทย บางสูตรอาจใส่ใบกระเพราลงในน้ำต้มยำด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติให้จัดจ้านและเผ็ดร้อนยิ่งขึ้น</p>
<p>สำหรับคนที่ชื่นชอบการทำอาหารหรือกำลังคิดจะเปิดร้านขายอาหารเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจ อย่าลืมเพิ่มเมนูต้มยำลงในเมนูอาหารด้วยนะคะ datacatalog.org เชื่อว่าไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้นที่ชื่นชอบ เพรา เมนูต้มยำของคนไทย ยังดังไกลไปทั่วโลกอีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://datacatalog.org/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับการทำกุ้งแช่น้ำปลาวิธีทำกุ้งแช่น้ำปลาให้อร่อยน่าทาน</title>
		<link>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2015 13:41:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Ratchanok]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เมนูอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[กุ้งแช่น้ำปลา]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูกุ้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://datacatalog.org/?p=3919</guid>
		<description><![CDATA[การทำอาหารทั้งการทำขายเป็นอาชีพอิสระหรือทำทาน นอกจากต้องเน้นในเรื่องความอร่อยเป็นหลักแล้ว ความสวยงามน่าทาน การจัดจานและผักเคียงที่นำมาทานคู่กับเมนูอาหารประเภทนั้นๆ ก็มีส่วนช่วยให้อาหารมีความอร่อยและน่าทาน]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1>กุ้งแช่น้ำปลา</h1>
<p><strong>“กุ้งแช่น้ำปลา”</strong> เมนูอร่อยที่เพียงพูดถึงก็สามารถเรียกน้ำย่อยให้รู้สึกอยากทานได้แล้ว สำหรับคนที่ชอบทำอาหารหรือใครที่กำลังคิดจะเปิดร้านขายอาหารเป็นอาชีพอิสระ datacatalog.orgมีเคล็ดลับในการทำกุ้งแช่น้ำปลา ให้อร่อยน่าทานมาแนะนำ</p>
<h2>เคล็ดลับ การทำกุ้งแช่น้ำปลาให้อร่อยน่าทาน</h2>
<p>การทำอาหารทั้งการทำขายเป็น<strong>อาชีพอิสระ</strong>หรือทำทาน นอกจากต้องเน้นในเรื่องความอร่อยเป็นหลักแล้ว ความสวยงามน่าทาน การจัดจานและผักเคียงที่นำมาทานคู่กับเมนูอาหารประเภทนั้นๆ ก็มีส่วนช่วยให้อาหารมีความอร่อยและน่าทานยิ่งขึ้น การทำกุ้งแช่น้ำปลามีขั้นตอนการทำง่ายๆ ดังนี้<br />
<strong>สูตรวิธีทำกุ้งแช่น้ำปลา</strong><br />
<strong>เครื่องปรุงและส่วนผสม</strong><br />
1.กุ้งแชบ๊วย หรือกุ้งกุลาดำ 500 กรัม<br />
2.น้ำปลาดี 1 ช้อนโต๊ะ<br />
3.น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ<br />
4.น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา<br />
5.สัปปะรด 2 ชิ้นเล็กๆ<br />
6.พริกขี้หนูสวน 20 เม็ด<br />
7.กระเทียมกลีบเล็ก 15 กลีบ<br />
8.สะระแหน่เด็ดใบ 1 ถ้วย<br />
9.มะระ ½ ลูก<br />
10.น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับล้างกุ้ง)<br />
<br />
<strong>วิธีทำกุ้งแช่น้ำปลา</strong><br />
1.ล้างกุ้งให้สะอาด แล้วนำมาแกะเปลือกผ่าหลังดึงเส้นดำออก เหลือส่วนหางไว้<br />
2.ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำเย็นจัด จากนั้นนำกุ้งที่เตรียมไว้ แช่ในน้ำประมาณ 30 วินาที แล้วมาล้างน้ำเย็นอีกครั้ง ก่อนใส่ภาชนะนำเข้าตู้เย็น<br />
3.นำพริกขี้หนู กระเทียม และสัปปะรด น้ำปลา ใส่โถปั่น ปั่นจนส่วนผสมละเอียด เทใส่ภาชนะ<br />
4.ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย และมะนาว ชิมรสตามชอบ<br />
5.ล้างมะระ ควักเมล็ดออกแล้วนำมาฝานบางๆ<br />
6.นำกุ้งในตู้เย็น จัดเรียงบนจาน ตักน้ำปลาที่ปรุงไว้ลาดลงบนตัวกุ้ง<br />
7.ตกแต่งจานด้วยมะระ และโรยหน้าด้วยสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟ<img class="aligncenter wp-image-3920" src="http://datacatalog.org/wp-content/uploads/2015/10/กุ้ง3-300x199.jpg" alt="กุ้ง3" width="270" height="179" /></p>
<p><strong>เคล็ดลับความอร่อย</strong><br />
<strong>กุ้งแช่น้ำปลา</strong> ความอร่อยอยู่ที่กุ้งและน้ำราด กุ้งต้องสดใหม่การล้างน้ำเย็นผสมน้ำส้มแล้วนำเข้าตู้เย็นก่อนนำมาราดน้ำปลา ทำให้เนื้อกุ้งมีความกรอบอร่อย สำหรับสูตรน้ำปลาทำได้หลายสูตร การใส่สัปปะรดลงไปปั่นทำให้ได้ความเข้มข้น รวมถึงการใส่น้ำมะนาวในขั้นตอนสุดท้ายทำให้น้ำราดสีขาวสวยไม่ดำตามสีของน้ำปลา</p>
<p>เพียงเท่านี้ก็สามารถทำเมนู กุ้งแช่น้ำปลาให้อร่อยน่าทานได้แล้ว ขายอาหารทะเลเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจหากเรียนรู้เคล็ดลับการทำอาหารให้อร่อย เพื่อแนะนำลูกค้าถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของคนขาย ที่ช่วยให้มีลูกค้ามากขึ้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สูตรวิธีทำพล่ากุ้งรสเด็ดเคล็ดลับความอร่อย</title>
		<link>http://datacatalog.org/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://datacatalog.org/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2015 04:28:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Ratchanok]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เมนูอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[พล่ากุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำพล่ากุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรพล่ากุ้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://datacatalog.org/?p=3916</guid>
		<description><![CDATA[วิธีทำพร้อมเคล็ดลับความอร่อยของอาหารทะเลหลากหลายเมนูมาแนะนำ พล่ากุ้ง เป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่เชื่อว่าหลายคนเพียงได้ยินชื่อ ก็สามารถเรียกน้ำย่อยให้รู้สึกอยากทานได้แล้ว สำหรับคนที่มีฝีมือหรือขายอาหารเป็นอาชีพอิสระทำเงินอยู่แล้ว  ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1>พล่ากุ้งเป็นเมนูอร่อยที่ทำได้ไม่ยาก</h1>
<p><strong>อาชีพอิสระทำเงิน</strong> ในช่วงนี้ยังเป็นเรื่องของอาหารทะเล ที่ datacatalog.org มีวิธีทำพร้อมเคล็ดลับความอร่อยของอาหารทะเลหลากหลายเมนูมาแนะนำ <strong>พล่ากุ้ง</strong> เป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่เชื่อว่าหลายคนเพียงได้ยินชื่อ ก็สามารถเรียกน้ำย่อยให้รู้สึกอยากทานได้แล้ว</p>
<p>สำหรับคนที่มีฝีมือหรือขายอาหารเป็นอาชีพอิสระทำเงินอยู่แล้ว พล่ากุ้งเป็นเมนูอร่อยที่ทำได้ไม่ยาก หากสนใจเรามาดูกันว่ามีส่วนผสมและวิธีทำอย่างไร</p>
<h2>สูตรวิธีทำพล่ากุ้งรสเด็ด</h2>
<p><strong>เครื่องปรุงและส่วนผสม</strong><br />
1.กุ้งสด ตัวขนาดกลางๆ 500 กรัม<br />
2.ตะไคร้ ซอยละเอียดเอาเฉพาะส่วนโคน 5 ต้น<br />
3.หอมแดง 5 หัว<br />
4.กระเทียม 5 กลีบ<br />
5.หอมแดงซอย 5 หัว<br />
6.ต้นหอมซอย 3 ต้น<br />
7.ผักชีซอย 2 ต้น<br />
8.ใบมะกรูดซอยละเอียด 3 ใบ<br />
9.สะระแหน่เด็ดใบ 2 ก้าน<br />
10.พริกขี้หนูสวนซอย 10 เม็ด<br />
11.น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ<br />
12.น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ<br />
13.น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา<br />
14.น้ำต้มกุ้ง 3 ช้อนโต๊ะ<br />
15.พริกป่น 2 ช้อนชา<br />
<br />
<strong>วิธีทำพล่ากุ้งรสเด็ด</strong><br />
1.นำหัวหอมและกระเทียมไปย่างไฟหรือคั่วในกระทะจนสุก พักไว้<br />
2.ล้างกุ้งแล้วนำมาแกะเปลือก ผ่าหลังดึงเส้นดำออก จากนั้นนำไปลวกในน้ำร้อนพอสุก<br />
3.นำน้ำที่ลวกกุ้งตั้งไฟเคี่ยวจนเหลือน้ำเล็กน้อย เพื่อทำน้ำซุป<br />
4.โขลกหอมกับกระเทียมที่ย่างไฟให้ละเอียด<br />
5.ทำน้ำยำ โดยนำเครื่องที่โขลกใส่ในภาชนะ เติมน้ำปลา น้ำซุปกุ้ง น้ำตาลทราย พริกขี้หนูสวนซอย คนให้ส่วนผสมเข้ากัน<br />
5.ใส่กุ้งที่ลวกไว้ลงไป เติมพริกป่น และน้ำมะนาว ใบมะกรูดหั่นฝอย หัวหอมซอย ต้นหอมซอย ตะไคร้หั่นฝอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วชิมรส<br />
6.ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟ<img class="aligncenter wp-image-3917" src="http://datacatalog.org/wp-content/uploads/2015/10/กุ้งสด-300x244.jpg" alt="กุ้งสด" width="250" height="203" /><br />
<strong>เคล็ดลับความอร่อย<br />
</strong>ของเมนูพล่ากุ้งมีวิธีทำหลายสูตร สำหรับสูตรนี้เหมาะสำหรับเป็นเมนูเด่นสำหรับร้านที่ขายอาหารทะเลเป็นอาชีพอิสระทำเงินเพราะเน้นเครื่องปรุงที่เป็นพืชสมุนไพรหลากหลายชนิด การใช้หอมเผากระเทียมเผาหรือนำไปคั่วในกระทะแล้วนำมาโขลกแทนน้ำพริกเผา จะทำให้ได้น้ำยำที่มีรสชาติเข้มข้น มีความอร่อยแตกต่างจากสูตรอื่นๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://datacatalog.org/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมนูกุ้งทอดกระเทียมพร้อมเคล็ดลับความอร่อย</title>
		<link>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2015 07:27:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Ratchanok]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพอิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[กุ้งทอด]]></category>
		<category><![CDATA[กุ้งทอดกระเทียม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://datacatalog.org/?p=3902</guid>
		<description><![CDATA[การทำอาหารบางครั้งเมนูที่คิดว่าทำง่ายๆ แต่การทำให้อร่อย อาจทำได้ยากกว่าเมนูที่มีวิธีทำหลายขั้นตอน สำหรับคนที่ชอบทานกุ้งหรือเปิดร้านขายอาหารเป็นอาชีพอิสระอยู่แล้ว datacatalog.org มีวิธีทำ กุ้งทอดกระเทียม มาแนะนำค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1>เมนูกุ้งทอดกระเทียม</h1>
<p>อาชีพอิสระวันนี้ ก็ยังเป็นเมนูอาหารที่ทำจากกุ้ง เพราะกุ้งเป็นอาหารทะเลที่ทุกคนชื่นชอบ หาซื้อได้ง่ายและยังทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ การทำอาหารบางครั้งเมนูที่คิดว่าทำง่ายๆ แต่การทำให้อร่อย อาจทำได้ยากกว่าเมนูที่มีวิธีทำหลายขั้นตอน</p>
<p>สำหรับคนที่ชอบทานกุ้งหรือเปิดร้านขายอาหารเป็นอาชีพอิสระอยู่แล้ว datacatalog.org มีวิธีทำ <strong>กุ้งทอดกระเทียม</strong> มาแนะนำค่ะ</p>
<h2>สูตรกุ้งทอดกระเทียม</h2>
<p><strong>ส่วนผสมและเครื่องปรุง</strong><br />
กุ้งกุลาดำตัวใหญ่ๆ 500 กรัม<br />
กระเทียมกลีบเล็กๆ 50 กรัม<br />
พริกไทยเม็ด 2 ช้อนชา<br />
น้ำปลา 1 ช้อนชา<br />
รากผักชี 2 ราก<br />
น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา<br />
ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา<br />
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ<br />
พริกไทยป่น สำหรับโรหน้า<br />
ผักชีสำหรับโรยหน้า และตกแต่งจาน<br />
น้ำมันพืช ½ ถ้วย<br />
<br />
<strong>วิธีทำกุ้งทอดกระเทียม</strong><br />
1.ล้างกุ้งให้สะอาด แกะเปลือก ผ่าหลังดึงเส้นดำออก หากเป็นกุ้งตัวใหญ่ไม่เด็ดหัวออกให้ใช้กรรไกรตัดหนวดกุ้งขากุ้งออกให้เรียบร้อยแล้วพักไว้<br />
2.แบ่งกระเทียมโขลกพอหยาบๆ แล้วนำไปเจียวให้เหลืองตักขึ้นพักไว้<br />
3.โขลกรากผักชีพริกไทยและกระเทียมที่เหลือเข้าด้วยกันจนละเอียด พักไว้<br />
4.ใส่น้ำเปล่าประมาณ 2 ถ้วย ลงในหม้อหูหรือภาชนะอื่นแล้วนำไปตั้งไฟ รอจนน้ำเดือดนำกุ้งลงลวกพอสุก แล้วพักไว้<br />
5.นำกระทะขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำมันที่เหลือจากการเจียวกระเทียมลงไป<br />
6.นำรากผักชี พริกไทย และกระเทียมที่โขลกไว้ลงไปผัดพอหอม ใส่กุ้งที่ลวกไว้ลงไป<br />
7.ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส และน้ำมันหอย ผัดให้เข้ากัน<br />
8.ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยพริกไทยป่น กระเทียมเจียว และผักชี เสิร์ฟร้อนๆทานกับข้าวสวย<img class="aligncenter wp-image-3866" src="http://datacatalog.org/wp-content/uploads/2015/10/กุ้งชุบแป้งทอด-300x199.jpg" alt="กุ้งชุบแป้งทอด" width="270" height="179" /></p>
<p><strong>เคล็ดลับความอร่อยกุ้งทอดกระเทียม</strong><br />
1.ควรล้างกุ้งให้สะอาดก่อนที่จะนำมาแกะเปลือก เพื่อให้ได้มันกุ้ง<br />
2.ขั้นตอนการลวกกุ้ง ใช้น้ำในการลวกไม่มาก ลวกพอสุกและไม่ควรพลิกตัวกุ้งไปมา เพราะจะทำให้มันกุ้งออกไปกับน้ำลวก<br />
เพียงเท่านี้ ก็ได้เมนู<strong>กุ้งทอดกระเทียม</strong>พร้อมเคล็ดลับความอร่อย ไว้ทำให้คนในครอบครัวทานหรือจะนำไปเป็นเมนูเด็ดของร้านสำหรับคนที่เปิดร้านขายอาหารเป็นอาชีพอิสระอยู่แล้วก็น่าสนใจค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://datacatalog.org/%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
